กรุงเทพฯ เมืองดนตรี – Bangkok Music City

“เมืองดนตรี” คืออะไร? เมืองดนตรี หากให้เดาแล้ว คงหมายถึงเมืองที่อุดมไปด้วยดนตรี มีดนตรีอยู่ในวัฒนธรรมหรือวิถีชีวิตของคนทั่วไปในเมืองนั้น ๆ และหากเพียงแค่เอ่ยชื่อ ก็น่าจะทำให้นึกถึงดนตรีหรือวงดนตรีที่มาจากเมืองนั้น ๆ ได้ไม่ยาก ยกตัวอย่างเช่น เมือง Seattle ที่มีซาวด์ดนตรีของตัวเองที่เรียกว่า Seattle Sound และเป็นแหล่งกำเนิดวงดนตรีอย่าง Nirvana, Pearl Jam และ Soundgarden; เมือง New Orleans ที่เป็นจุดกำเนิดของดนตรีแจ๊ซ; เมือง Prague ที่มีชื่อเสียงด้านดนตรีคลาสสิค; เมือง Liverpool ที่เป็นบ้านเกิดของวง The Beatles; หรือ Manchester ที่เป็นบ้านเกิดของวงอย่าง Bee Gees, The Smiths, New Order, Oasis, The 1975 และอีกมากมาย เป็นต้น “Music City” คืออะไร? Music City คือคำที่ใช้เรียกเมืองที่มีดนตรีเป็นส่วนประกอบสำคัญของระบบเศรษฐกิจ ซึ่งกำลังเริ่มเป็นที่ยอมรับในหมู่รัฐบาลของประเทศต่าง ๆ และผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมดนตรีท้องถิ่น ว่าสามารถช่วยสร้างผลประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจ การจ้างงาน วัฒนธรรม และสังคมได้เป็นอย่างดี (แหล่งข้อมูล: The Mastering of a Music City) การท่องเที่ยวเชิงดนตรี (Music…

Music Streaming ทำให้ยอดขาย CD เพิ่มขึ้น จริงหรือ?

[ผลสำรวจจากประเทศอังกฤษยืนยันว่า “Streaming Service” ทำให้ CD และแผ่นเสียงมียอดขายที่ดีขึ้น] คือบทความที่ผมอ่านเจอ แล้วก็ทำให้รู้สึกดีใจที่มีผลสำรวจที่มาสนับสนุนว่า Music Streaming ยังพอช่วยให้ศิลปินอยู่ได้บ้าง แต่บางคนก็อาจจะยังไม่เชื่อซักเท่าไร โดยเฉพาะคนที่ติดตามเรื่องความขัดแย้งระหว่างศิลปินกับ Spotify อยู่บ้าง นอกจากนี้ ศิลปินและค่ายเพลงไทยก็อาจยังไม่ไว้ใจในสตรีมมิ่งซักเท่าไร เพราะเมืองไทยเองก็ยังไม่มีผลการศึกษาแบบนี้ (ผมลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติม ก็พบบทความต้นตอ [MUSIC FANS DELIVER VERDICT ON DIGITAL VERSUS PHYSICAL: IT’S NOT EITHER/OR – IT’S BOTH!] ซึ่งมีข้อมูลของผลการศึกษาที่ละเอียดพอควร หรือถ้าอยากอ่านรายงานตัวเต็มก็ได้ [Multi-Channel Music Research – Prepared for | BPI / ERA] ซึ่งหากผู้อ่านสนใจก็สามารถไปอ่านได้นะครับ) ในมุมมองของผม ผมคิดว่ากว่าคนคนหนึ่งที่เริ่มต้นจากการไม่รู้จักเพลงหรือศิลปินหนึ่ง ๆ จนกระทั่งกลายเป็นผู้ซื้อ จะต้องผ่านขั้นตอนทั้งหมด 4 ขั้น ก็คือ ค้นพบ (Discover) ฟัง (Listen) ชอบ…

ต้นตอของปัญหาในอุตสาหกรรมดนตรี บางครั้งคือ “แฟนเพลง”

“สตีฟ จอบส์ คว้านไส้คว้านพุงอุตสาหกรรมดนตรีด้วยการสร้าง iTunes … แล้วทุกอย่างก็ลงเหวนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา” เป็นประโยคที่ ไมค์ เฮอร์ริง CFO ของ Pandora (วิทยุออนไลน์ของอเมริกาเจ้าหนึ่ง) พูดในเชิงจิกกัดในงานประชุมนักลงทุนที่รัฐแคลิฟอร์เนีย (จากบทความ DON’T CRY FOR SPOTIFY, DON’T LAUGH AT TIDAL – AND WATCH OUT FOR PANDORA) สำหรับผมแล้ว เนื้อความในบทความนี้ สื่อได้ถึงความรู้สึกด้านลบของศิลปินและค่ายเพลงทั่วไปที่มีต่อธุรกิจประเภท digital music platform โดยเฉพาะ music streaming ว่าจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพลงน้อยเกินไป ซึ่งทำให้รู้สึกตะหงิดๆ ที่ไม่มีใครพูดถึงบุคคลอีกฝ่ายที่มีส่วนรับผิดชอบในปัญหาของอุตสาหกรรมดนตรีเช่นกัน … ซึ่งก็คือ “แฟนเพลง” นั่นเอง … ศิลปินและค่ายเพลงส่วนใหญ่ ยังยึดติดกับยุคสมัยที่รุ่งเรืองของธุรกิจสิ่งบันทึกเสียง (Music Recording Business) ซึ่งแฟนเพลงต้องซื้อเทปหรือซีดีถึงจะได้ฟังเพลงที่ตัวเองชอบ โดยที่บริษัทค่ายเพลงได้กำไรหลายเท่าของต้นทุนการผลิต แต่แล้วธุรกิจสิ่งบันทึกเสียงก็ถูกกระทบอย่างหนักจากเทคโนโลยีใหม่ในปี 1999 ซึ่งก็คือ…