ต้นตอของปัญหาในอุตสาหกรรมดนตรี บางครั้งคือ “แฟนเพลง”

“สตีฟ จอบส์ คว้านไส้คว้านพุงอุตสาหกรรมดนตรีด้วยการสร้าง iTunes … แล้วทุกอย่างก็ลงเหวนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา” เป็นประโยคที่ ไมค์ เฮอร์ริง CFO ของ Pandora (วิทยุออนไลน์ของอเมริกาเจ้าหนึ่ง) พูดในเชิงจิกกัดในงานประชุมนักลงทุนที่รัฐแคลิฟอร์เนีย (จากบทความ DON’T CRY FOR SPOTIFY, DON’T LAUGH AT TIDAL – AND WATCH OUT FOR PANDORA)

สำหรับผมแล้ว เนื้อความในบทความนี้ สื่อได้ถึงความรู้สึกด้านลบของศิลปินและค่ายเพลงทั่วไปที่มีต่อธุรกิจประเภท digital music platform โดยเฉพาะ music streaming ว่าจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพลงน้อยเกินไป ซึ่งทำให้รู้สึกตะหงิดๆ ที่ไม่มีใครพูดถึงบุคคลอีกฝ่ายที่มีส่วนรับผิดชอบในปัญหาของอุตสาหกรรมดนตรีเช่นกัน … ซึ่งก็คือ “แฟนเพลง” นั่นเอง …

ศิลปินและค่ายเพลงส่วนใหญ่ ยังยึดติดกับยุคสมัยที่รุ่งเรืองของธุรกิจสิ่งบันทึกเสียง (Music Recording Business) ซึ่งแฟนเพลงต้องซื้อเทปหรือซีดีถึงจะได้ฟังเพลงที่ตัวเองชอบ โดยที่บริษัทค่ายเพลงได้กำไรหลายเท่าของต้นทุนการผลิต แต่แล้วธุรกิจสิ่งบันทึกเสียงก็ถูกกระทบอย่างหนักจากเทคโนโลยีใหม่ในปี 1999 ซึ่งก็คือ MP3 และเว็บไซต์แชร์เพลง ทำให้ยอดขายเทปซีดีที่เคยได้ ตกฮวบอย่างไม่มีทางกู่กลับมาได้ (โปรดอ่าน “สูงสุดคืนสู่สามัญ – Back to Basics (issue SEP 2015)” เพิ่มเติมสำหรับเรื่องนี้)

ระบบ digital music platform อย่าง internet radio, digital downloads และ music streaming จึงเป็นเหมือนระบบที่พอจะช่วยสร้างรายได้ให้ธุรกิจสิ่งบันทึกเสียงได้บ้าง โดยที่ต้องตามฟ้องร้อง ตามปิดเว็บฯเถื่อนต่างๆไปด้วย แต่เพราะคนทั่วไปเคยชินกับการได้ฟังเพลงฟรีๆไปแล้ว การตีตลาดก็ต้องเริ่มจากความฟรีเหมือนกัน เช่น การหาโฆษณามาจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพลง หรือต้องราคาถูกมากๆ อย่าง iTunes ที่ขายเพลงละ $0.99

สมมุติว่าเหล่า digital music platform ต่างๆ จ่ายเงินศิลปินและค่ายเพลงมากขึ้นจนเป็นที่พอใจ แต่พฤติกรรมของแฟนเพลงทำให้พวกเขายังไม่ยอมจ่ายเนื่องจากเคยชินกับการจ่ายถูกๆ หรือหาโหลดฟรีๆได้ เพราะฉะนั้น digital music platform เหล่านั้นก็คงต้องขาดทุนแล้วก็เจ๊งไป แล้วมันจะมีประโยชน์อย่างไรกับการจ่ายเงินให้ศิลปินกับค่ายเพลงมากขึ้นล่ะ?

ผมคิดว่าการบังคับให้ digital music platform จ่ายเงินศิลปินกับค่ายเพลงให้มากขึ้น เป็นเหมือนการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ที่ต้องแก้ไขจริงๆก็คือการปิดเว็บไซต์เพลงเถื่อนต่างๆ พร้อมๆไปกับการสร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับแฟนเพลง ให้เขารู้สึกว่าดนตรีนั้นมีคุณค่า มีมูลค่า และการจ่ายเงินให้กับดนตรีนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง จากนั้นถึงจะขึ้นราคาการใช้บริการ digital music platform และขึ้นราคาค่าลิขสิทธิ์ที่จะจ่ายให้กับศิลปินและค่ายเพลงได้ 

อย่างไรก็ตาม ผมเพียงต้องการนำเสนอมุมมองการวิเคราะห์ปัญหาไว้อีกมุมหนึ่ง เพื่อให้ทุกคนที่ได้อ่านบทความนี้ได้ลองพิจารณาดูว่าอุตสาหกรรมดนตรีจริงๆแล้วมันแย่ลงเพราะอะไร และวิธีที่จะช่วยมันได้สามารถเริ่มได้จากตัวพวกเราเองที่เป็นแฟนเพลงนั่นเอง…

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s