ความเชื่อที่อาจผิด เกี่ยวกับความชอบซื้อซีดีของชาวญี่ปุ่น

หลาย ๆ คนอาจจะเคยได้เห็นบทความหรือข่าวผ่านหูผ่านตามาบ้างแล้วว่า คนญี่ปุ่นนั้นชอบซื้อซีดีมากกว่าฟังเพลงจากสื่อดิจิตัล นอกจากจะเป็นประเทศที่มีตลาดดนตรีใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกแล้ว ประเทศญี่ปุ่นนั้นมียอดขาย physical ที่มากกว่า digital อย่างท่วมท้น คือ 80% ต่อ 20% และร้านขายซีดีอย่าง Tower Records นั้นยังสามารถอยู่ได้ในขณะที่บริษัทแม่นั้นต้องล้มละลายและปิดตัวลง

แต่จากข้อมูลที่ผมได้เรียนรู้มาใหม่นั้น ความรักของคนญี่ปุ่นที่มีต่อซีดีนั้นอาจมีสาเหตุที่ไม่ชอบมาพากล จนอาจจะรู้สึกว่าเป็นเรื่องโกหกไปเลยก็ได้

ทำไมคนญี่ปุ่นถึงยังรักซีดีเหรอ?

บทควา "ทำไมคนญี่ปุ่นถึงยังรักซีดีจัง?"

รูปจากบทความ “Why Does Japan Still Love CDs So Much?” (แหล่งที่มา: noisey.vice.com)

 

จากบทสัมภาษณ์คุณ Hiroshi Oyamada จากค่าย Tugboat Records จากโตเกียวในบทความ “Why Does Japan Still Love CDs So Much?” จะพบข้อมูลว่า คนญี่ปุ่นนั้นชอบสิ่งของที่จับต้องได้ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือแม้แต่ตัวเงิน จึงทำให้สินค้าดิจิตัลและบัตรเครดิตไม่ค่อยเป็นที่นิยมนักในประเทศญี่ปุ่น แต่อีกสาเหตุหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ มีเพลงจำนวนมากซึ่งไม่ได้ถูกปล่อยในระบบดิจิตัลมากนัก

Takuya Yamazaki ขณะกำลังบรรยายที่ MU:CON 2016

Takuya Yamazaki ขณะกำลังบรรยายที่ MU:CON 2016

สาเหตุเบื้องหลังที่ซ่อนอยู่

takuya-yamazaki_f41a343d3a5dd714caa140489ccaf74b

คุณ Takuya Yamazaki นักกฎหมายกีฬาและอุตสาหกรรมบรรเทิงจากประเทศญี่ปุ่น

ตอนที่ผมได้ไปงานสัมมนา MU:CON ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อต้นเดือนตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา ผมได้ไปนั่งฟังการบรรยายของนักกฎหมายกีฬาและอุตสาหกรรมบรรเทิงจากประเทศญี่ปุ่น ชื่อว่าคุณ Takuya Yamazaki ซึ่งทำให้ผมได้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งว่า สาเหตุที่คนญี่ปุ่นรักและผูกพันกับซีดีนั้น อาจจะมีสาเหตุที่คนนอกอาจคาดไม่ถึงก็ได้

1. กฎหมายที่กีดกันธุรกิจดนตรีดิจิตัล

กฎหมายลิขสิทธิ์ดนตรีของประเทศญี่ปุ่นนั้นมีความพิเศษกว่าประเทศอื่น ๆ อยู่อย่างหนึ่ง ซึ่งก็คือ ในการเผยแพร่ดนตรีในระบบดิจิตัลนั้น จะต้องทำการขออนุญาตสิทธิในการเผยแพร่จากเจ้าของลิขสิทธิ์เพลงทั้งหมดก่อน ที่หมายรวมถึงนักแต่งเพลง นักดนตรี/นักร้อง/นักแสดง โปรดิวเซอร์ บริษัทผู้ทำการเผยแพร่ ฯลฯ ซึ่งแน่นอนว่ากว่าจะขออนุญาตได้ครบ คงต้องเหนื่อยและเสียเวลามาก ๆ นี่จึงเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ไม่ค่อยมีเพลงในระบบดิจิตัลมากนัก และอย่างที่พอจะเดากันได้ ว่าถ้าจะให้เปลี่ยนกฎหมายก็คงยากมาก ๆ อีกเช่นกัน

ที่มา: Wikipedia

ที่มา: Wikipedia

2. การร่วมกันกีดกันธุรกิจดนตรีดิจิตัลโดยค่ายเพลง

พวกเราหลาย ๆ คนคงเคยได้ยินว่าคนญี่ปุ่นนั้นมีวัฒนธรรมความมีระเบียบวินัย ความสามัคคี และความรักชาติที่โดดเด่นกว่าประเทศอื่น ๆ มาก จึงน่าจะพอเข้าใจคำอธิบายจากคุณ Takuya Yamazaki ที่บอกในการบรรยายของเขาว่า เหล่าบริษัทค่ายเพลงญี่ปุ่นได้แอบร่วมมือกันอย่างลับ ๆ ว่าจะช่วยกันพยายามกีดกันธุรกิจดนตรีดิจิตัลเพื่อรักษาผลกำไรจากธุรกิจซีดีที่มีมากกว่ามหาศาล โดยเฉพาะที่เป็นของบริษัทต่างชาติอย่าง Apple Music หรือ Spotify ไม่ให้เข้ามาตีตลาดเพลงญี่ปุ่น รวมทั้งปฏิเสธการให้ลิขสิทธิ์เพลงไปเผยแพร่ได้ง่าย ๆ อีกด้วย เช่น กรณีที่ค่าย Sony Music Entertainment (Japan) ที่ไม่ยอมอนุญาตเพลงไปขายใน iTunes จนกระทั่งเดือนพฤศจิกายนปี 2012 และไม่ยอมอนุญาตให้เผยแพร่เพลงทาง Apple Music จะกระทั่งเดือนมิถุนายนปี 2015 แต่กลับอนุญาต LINE Music ได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเชื่อว่าเป็นเพราะ Sony เป็นมีหุ้นส่วนใน LINE อยู่ด้วย

ค่ายเพลงญี่ปุ่นอาจร่วมมือกันอย่างลับ ๆ เพื่อต่อต้านธุรกิจดนตรีดิจิตัลต่างชาติ (ภาพจาก: files.tofugu.com)

ค่ายเพลงญี่ปุ่นอาจร่วมมือกันอย่างลับ ๆ เพื่อต่อต้านธุรกิจดนตรีดิจิตัลต่างชาติ (ภาพจาก: files.tofugu.com)

จากสาเหตุทั้งสองข้างต้นที่คุณ Takuya Yamazaki บรรยายไว้ เขาได้สรุปไว้ว่า ความรักความผูกพันของคนญี่ปุ่นที่มีต่อซีดีนั้น อาจมีสาเหตุมาจากความขาดแคลนช่องทางในการเข้าถึงเพลงผ่านระบบดิจิตัลมากกว่าก็ได้ ทำให้นักฟังเพลงชาวญี่ปุ่นนั้นต้องซื้อซีดีอย่างไม่มีทางเลือก และทำให้ยังยึดติดกับพฤติกรรมการซื้อซีดีอยู่ต่อไป

สรุป

จากสิ่งที่ได้เรียนรู้จากคุณ Takuya Yamazaki ทนายญี่ปุ่นคนนี้ ทำให้ผมคิดได้ว่า บางครั้งสิ่งที่เราคิดและเชื่อกันทั่วไป อาจจะมีสาเหตุที่คาดไม่ถึงก็ได้ ซึ่งเรานั้นควรต้องเปิดใจรับข้อมูลใหม่ ๆ เพื่อพร้อมลบล้างความเชื่อเก่า ๆ ดังคำสอนเรื่อง กาลามสูตรกังขานิยฐาน 10 ที่ว่าด้วยวิธีปฎิบัติในเรื่องที่ควรสงสัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ว่า

  1. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังตามกันมา (มา อนุสฺสเวน)
  2. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบ ๆ กันมา (มา ปรมฺปราย)
  3. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ (มา อิติกิราย)
  4. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำรา หรือคัมภีร์ (มา ปิฏกสมฺปทาเนน)
  5. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะตรรก (มา ตกฺกเหตุ)
  6. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะอนุมาน (มา นยเหตุ)
  7. อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล (มา อาการปริวิตกฺเกน)
  8. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้าได้กับทฤษฎีที่พินิจไว้แล้ว (มา ทิฏฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา)
  9. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าจะเป็นไปได้ (มา ภพฺพรูปตาย)
  10. อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านสมณะนี้เป็นครูของเรา (มา สมโณ โน ครูติ)

เพราะฉะนั้น บทความนี้ของผมจึงมีจุดประสงค์ที่อยากให้ท่านผู้อ่านได้ลองมองอีกมุมมองหนึ่งถึงสาเหตุที่ชาวญี่ปุ่นถึงชอบซื้อซีดีมากกว่าฟังเพลงจากระบบดิจิตัลนะครับ

ขอบคุณที่อ่านกันครับ

พาย – ฟังใจ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s